มาทำความรู้จักเทคนิค SRS - วิธีการทบทวนแบบเว้นช่วงระยะ

PUBLISHED ON
Student feeling burnout while studying at a desk

มาทำความรู้จักเทคนิค SRS - วิธีการทบทวนแบบเว้นช่วงระยะ

ทุกอย่างเริ่มต้นได้จากคำศัพท์

การเรียนรู้คำศัพท์คือหัวใจสำคัญของการเชี่ยวชาญในภาษาใดภาษาหนึ่งค่ะ และถ้าเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นไปอีก เพราะ ระบบการเขียนภาษาญี่ปุ่นมีความซับซ้อน หากไม่มีเทคนิคเฉพาะจะทำให้การเรียนรู้ก็จะยากมากขึ้นตามไปด้วยค่ะ

ภาษาญี่ปุ่นเป็นการผสมผสานระหว่าง ระบบการเขียนเชิงเสียง (คานะ) และ ระบบการเขียนเชิงความหมาย (คันจิ) เราสามารถเรียนรู้ตัวอักษรคานะ (ฮิรางานะและคาตาคานะ) สามารถทำได้ภายในไม่กี่วัน ในขณะที่การเรียนรู้คันจิ อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสามารถอ่านโดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรมตลอดเวลา

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก็คือ สมองของเราแต่ละคนประมวลผลข้อมูลไม่เหมือนกัน ถ้าเราไม่รู้จักตัวอักษรจีน ก็มีโอกาสที่จะ “อ่าน” มากกว่า “จำได้” ขณะที่เจ้าของภาษาญี่ปุ่นจะทำตรงกันข้าม คือ “จดจำ” ได้มากกว่าที่ต้องอ่านทีละตัวค่ะ

ความท้าทายหลักคือ “ซึมซับโดยอัตโนมัติ”

ถ้าเกิดและเติบโตในญี่ปุ่น ก็จะได้เปรียบมาก เพราะตั้งแต่อนุบาล เราก็จะใกล้ชิดกับภาษาญี่ปุ่นทุกวัน กระบวนการเรียนรู้แบบ “ซึมซับโดยอัตโนมัติ” (Passive learning) อย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเวลาหลายพันชั่วโมงจากการฟัง การอ่าน และการใช้ซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่คนต่างชาติส่วนใหญ่ เพิ่งจะเห็นตัวอักษรญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่ออายุใกล้ 20 ปี

“ตัวเลข” นี่จึงสำคัญมาก สิ่งที่เจ้าของภาษาญี่ปุ่นใช้เวลาประมาณ 15 ปี เราจะเค้นให้เหลือเพียง 2 ปี เพื่ออย่างน้อยจะสามารถอ่านออก และเข้าใจเนื้อหาขั้นพื้นฐานโดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรมตลอดเวลา

Spaced Repetition System (SRS) คืออะไร?

Spaced repetition หรือ “การทบทวนแบบเว้นระยะ” คือวิธีการเรียนรู้ที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าได้ผลจริง โดยอาศัยการทบทวนความรู้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ช่วยให้สมองจำได้ดีขึ้น และลดโอกาสที่จะลืมไปทั้งหมด งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าวิธีนี้ช่วยพัฒนาการเรียนรู้และลดเวลาในการอ่านหนังสือได้อย่างมาก

ลองจินตนาการว่าสมองของเราเป็นเหมือนห้องสมุด เราอาจจะมีหนังสือ (ก็คือชุดข้อมูล) วางอยู่บนชั้น แต่ถ้าไม่มีระบบจัดเก็บที่ดี การจะหาหนังสือเล่มนั้นอีกครั้งก็เป็นเรื่องยากค่ะ ซึ่ง Spaced repetition ทำหน้าที่เหมือน “ระบบจัดเก็บ” ที่ช่วยฝึกสมองให้ค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ทันทีค่ะ

หรือถ้ามองว่าสมองเป็นเหมือนกล้ามเนื้อ ทุกครั้งที่เราพยายามดึงข้อมูลขึ้นมาใช้ ก็เหมือนกับการออกกำลังกายกล้ามเนื้อนั้น สมองก็จะยิ่งแข็งแรงขึ้นและเรียกใช้ข้อมูลได้ง่ายขึ้นในอนาคต กระบวนการนี้เรียกว่า Active Recall ค่ะ

พื้นฐานของ Spaced Repetition มาจากแนวคิด Forgetting Curve (เส้นโค้งแห่งการหลงลืม) ได้อธิบายถึง หากเมื่อเวลาผ่านไป สมองจะค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล แต่ถ้าเรากลับมาทบทวนในช่วงเวลาที่เหมาะสม เราจะสามารถจำได้ยาวนานขึ้น

ดังนั้นการเรียนแบบสั้น ๆ หลายครั้ง โดยเว้นระยะเวลาอย่างเป็นระบบ จะมีประสิทธิภาพมากกว่าการพยายาม “ยัด” ทุกอย่างเข้าไปในครั้งเดียวก่อนสอบค่ะ

https://www.fluentu.com/blog/learn/srs-spaced-repetition-language-learning/

เคล็ดลับพิชิตการสอบ (Crack the Exam)

การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบเป็นสิ่งสำคัญมาก แน่นอนว่าการ เร่งอ่าน (cramming) เป็นเทคนิคที่ได้ผลค่ะ แต่สิ่งที่ได้ผลจริง ๆ คือ การอ่านแบบมีโฟกัสและเป็นระบบ ไม่ใช่พยายามท่องลิสต์คำศัพท์ยาว ๆ ด้วยแรงใจอย่างเดียว (ซึ่งมักจะไม่ได้ผล) สิ่งที่ควรทำคือ แบ่งคำศัพท์ออกเป็นส่วนเล็ก ๆ แล้วฝึกทบทวนจากหลายมุมมอง วิธีนี้จะช่วยให้จำได้แม่นและใช้งานจริงได้ดีกว่า

โรงเรียนของเราก็ได้พัฒนาระบบ Flashcard แบบพิเศษ ที่จะติดตามความก้าวหน้าการเรียนคำศัพท์ของนักเรียนตั้งแต่ระดับบทเรียน และสามารถซิงก์เข้าสู่ชุดบัตรคำหลักสำหรับการทบทวนต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ค่ะ

ก้าวไปไกลกว่าการสอบ (Beyond the Exam)

แม้ว่าการเร่งอ่าน (cramming) จะช่วยให้ทำข้อสอบได้ดี แต่คำถามสำคัญคือ หลังจากสอบผ่านไปแล้ว เรายังจำเนื้อหาได้มากน้อยแค่ไหน? คำตอบก็คือ…อาจไม่มากนักค่ะ

หากคุณต้องการจดจำอักษรญี่ปุ่นและคำศัพท์ให้ติดอยู่ใน ความทรงจำระยะยาว การฝึกทบทวนด้วย แฟลชการ์ด อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ค่ะ

เกี่ยวกับเรา

I Love Japan School เป็นโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์ ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการในการพัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่น สะดวกสำหรับนักเรียน เพราะนักเรียนสามารถเลือกเรียนในเวลาที่ตนเองสะดวกได้

แบ่งปันกับเรา

ติดต่อเรา

  • เลขที่ 61/7 อาคารพาร์คเพลินจิต (ชั้น 1) ซอยสุขุมวิท 1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110